มันรู้สึกหน่วงๆ

posted on 22 Jul 2011 00:42 by reconmygf in Reconcile
วันเสาที่ 16 กรกฏาคม
วันนี้เป้นวันเข้าพรรษาหลายคนงดเหล้าในวันนี้
แต่ผมงดมาก่อนแล้ว 2 อาทิตย์
ผมเดินทางกลับมาถึง กทม. ตอนประมาณ 4 โมงเย็น
ผม check in ใน fb เพื่อเป็นการบอกเธอเป็นนัยๆเหมือนทุกครั้งที่ผมไปไหน
ผมไม่รู้ว่าเธอจะเข้ามาดูความเคลื่อนไหวของผมบ้างรึป่าว แต่คิดว่าคงจะยาก เหอๆๆๆ
ในคืนนั้นผมถามเธอตอนแชทใน fb ว่าได้ของรึยัง เธอว่ายังไม่เห็นมีอะไรมาเลย
อีกอย่างเธอก็ไม่ได้สนใจด้วย นั้นก็คือไม่ได้รออย่างทุกครั้งนั้นเอง ผมก็ได้แต่เฉยๆ
เพราะผมเช็คสถานะของพัสดุแล้ว ของถึงที่หมายโดยสวัดิภาพ และมีคนเซ็นรับของเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ในวันพุธ
แต่ติดที่ว่าช่วงนี้เป็นวันหยุดยาว 4 วัน เลยเกิดการคลาดเคลื่อนนิดหน่อย
เธอยังยืนยันประโยคเดิมว่าอย่ามาเสียเวลากับเธอเลย
.
วันอาทิตย์ ที่ 17 กรกฏาคม
วันนี้ไม่ค่อยมีอะไรคืบหน้า
ทั้งวันผมมัวแต่ยุ่งกับการจัดแจงข้างของที่ขนมากันตลอดทั้งวัน
แต่ลืมบอกไปว่าผมได้ BB ที่เป็นมรดกตกทอดมาจากพี่สะใภ้ที่เปลี่ยนมือถือใหม่ตั้งแต่วันพุธ
ผมได้แอดพินเพื่อนๆเะอได้จะนวนหนึ่ง และคุยปรึกษากันอยู่หลายเรื่องทีเดียว
.
วันจันทร์ ที่ 18 กรกฏาคม
วันนี้ผมไปทำธุระในเมือง และได้แวะสยามแปปนึง
เพื่อจะไปเปลี่ยนค่ายมอืถือ และเปิดแพ็คเกจ BB ที่ดีกว่านี้
คือเปลี่ยนเป้นแบบเดียวกับเธอนั้นแหละ
แต่ไหนๆ ก็มาสยามแล้วก็แวะซื้อ ทาร์คไข่ ขนมสุดโปรดของเธอ กะว่าพรุ้งนี้จะเอาไปให้
ทาร์คไข่ชิ้นใหญ่หน้าไขาแดง 3 ชิ้น และไข่ขาว 3 ชิ้น ผมประคับประคองไว้เป็นอย่างดีเพราะกลัวจะเละ
พอตกเย็นผมก็มานั่งอัพเดทเรื่องของเธอตามปรกติ
ซักพักรูปคู่ของเธอกับเพื่อนสนิทที่เรียนอยู่เกษตรก็ถูกอัพขึ้น
ผมจึงรู้ว่าเธอไปเกษตรเพื่อหาเพื่อนคนนี้ แต่ก็ยังทำเฉยๆ
รูปมากมายถูกอัพขึ้นเรียงกันไปเรื่อยๆ ตอนนั้นเป็นเวลาประมาณ 1 ทุ่มเห็นจะได้
ผมก็ว่ามันเริ่มมืดค่ำแล้วเธอจะกลับยังไง
ผมก็ได้ bb ถามเพื่อนเธอไปว่าอยู่กับเธอเหรอ อยู่ไหนกัน ก็ได้คำตอบมาว่าอยู่ เมเจอร์ รัชโยธิน
แต่เธอแยกกลับไปแล้ว ผมถามว่ากลับยังไง ก้ได้คำตอบมาว่ากลับแท็กซี่คนเดียว
แต่ในขณะเดียวกันเพื่อนของเะออีกคนหนึ่งใน bb กลับบอกผมว่า
มีคนมารับเธอ และเะอแย่ง bb ไปพิมแกล้งหลอกว่ากลับเองคนเดียวไปนานแล้ว
เอาแล้วสิ มรสุมชีวิตเริ่มเข้ามาอีกลูกหนึ่งแล้ว
ผมยังแกล้งคุยเล่นทำเป็นไม่รู้กับเพื่อนที่อยู่กับเะอในตอนนั้นต่อไป จนซักระยะหนึ่ง
ผมถามกลับไปว่าจริงๆแล้วเป็นยังไง เธอจึงบอกมาว่าพ่อหนุ่มมือถือมารับ
ปิดร้านจากที่ฟิวเจอร์ ขับรถมารับที่เมเจอร์ แล้วไปส่งบ้าน
โอโห หัวใจผมร่วงลงไปที่ตาตุ่มทันที มันจะรวดเร็วอะไรขนาดนั้น
นี่ไปถึงขั้นมารับ มาส่ง กันแล้วรึนี่ อีกอย่างไปส่งถึงบ้านอีกด้วย ตามล่ะหว่า จะทำยังไงดีวะเนี่ยกู
ผมคุยกับเพื่อนคนนี้ของเธออยู่นาน คุยไปก็รอแชทกับเธอใน fb ไป ก็ไม่มาซักที
ในใจเริ่มกังวลว่าพ่อหนุ่มมือถือคนนี้จะไปส่งเธออย่างปลอดภัยหรือไม่
แต่เพื่อนของเธอก็บอกว่า เธอถึงบ้านแล้ว ผมค่อยโล่งใจ แต่ในใจยังหน่วงๆ หัวสมองตื้อไปหมด
.
ผมได้คุยโทรศัพท์กับเพื่อนเะออีกคน
เธอให้คำแนะนำมาว่า เวลาคุยกันไม่ต้องพูดถึงเรื่องเก่าๆ ไม่ต้องเวิ่นเว้อขอโอกาส ลองคุยแบบปรกติๆ ดู
เผื่อว่ามันจะช่วยให้เรื่องเรื่องร้ายๆ เก่าๆ ได้ และจะได้มีแต่เรื่องใหม่ๆดีๆเกิดขึ้น
ผมเลยตาสว่างขึ้นมาทันทีว่า เออว่ะน่าจะเข้าท่า ทำไมถึงคิดไม่ได้มั่งวะ
ผมมีเรื่องมากมายหลายอย่างอยกจะคุยอยากจะเล่าให้เธอฟังเพียบเลย
แต่ไม่ค่อยจะได้ทำอย่างนั้น เพราะมัวแต่หมกมุ่นแต่การขอโอกาส และเว้าวอนให้เธอกลับมาท่าเดียว
เอาวะ ในนี้จะลองดูใหม่
.
ส่วนพี่ของผมก้บอกว่า มึงเปิดบล็อคมาใหม่เลย 1 อัน
เขียนเล่าเรื่องพวกนี้ลงไปให้หมด ให้คนเข้ามาอ่านเยอะๆ
เผื่อจะได้คำแนะนำดีๆ อะไรหลายๆ อย่างบ้าง
ผมก็คิดว่าจะมีใครมาอ่านเหรอวะ แล้วจะมีใครช่วยเราได้จริงๆ เหรอ
พี่ผมเลยเล่าพร็อตหนังเรื่อง แชทรัก เจ้าหนุ่มรถไฟ ให้ผมฟัง ซึ่งผมก้เคยดูแล้ว จึงเข้าใจได้ไม่ยาก
ในคินนั้นเองผมนอนไม่หลับนั่งเขียนบล็อครวดเดียวจนถึงเช้า
ได้มา 4 ตอนยาวๆ และกว่าจะเล่ามาถึงตอนนี้ก็กินไป 18 ตอน
เขียนแบบรวบรัดสุดๆ เพื่อห้เรื่องต่างๆได้ทันกับปัจจุบัน
ผมใช้เวลา 3 วัน ในการเล่าเรื่องจนมาถึงปัจจุบัน
.
ผมมีบล็อคส่วนตัวที่เขียนเรื่องราวทั่วๆไปอยู่เป็นระยะๆ ซึ่งเธอก็รู้แต่ไม่ค่อยสนใจเรื่งที่ผมเขียนเท่าไหร่
ผมจะต้องเอาลิ้งไปให้เธอกดเข้าไปดูทุกครั้ง
เธอชอบมาทำน้อยใจกับผมว่าทำไมไม่เห็นเขียนเรื่องเธอบ้าง ผมก็ว่าจะให้เขียนเรื่องเธอทำไม
ไม่ใช่ไดอารี่ เธอก็ว่าอยากมีเรื่องของเธอบนบลอคของผมบ้าง
ในเรื่องบางเรื่องที่ผมเขียน ถ้ามีอะไรที่แฉลบเชื่อมโยงเข้าถึงเธอได้ ผมก็จะเอาเธอเข้าไปเกี่ยวข้องได้ทุกครั้ง
การเขียนบล็อคง้อแฟนในครั้งนี้ ผมจึงมองว่าอาจจะเป็นอีกวิธีการง้อหนึ่ง
ที่ผมจะเขียนแต่เรื่องเธอคนเดียวทั้งหมด ^^

Comment

Comment:

Tweet